Sample Tract
                 
 


Sample Tract
TRACT FOR FREE BUT YOU MUST REQUEST FOR IT

THE END OF MAN'S STRENGTH

จุดสิ้นสุดลงของความแข็งแกร่งของมนุษย์
ทำไมถึงไม่ออกไปเฉลิมฉลองกับผู้คนข้างนอกล่ะคะพ่อ? เป็นคำถามของลูกสาวแชมป์เปียนการวิ่งแข่งม้า 5 ปีซ้อน พ่อไม่เห็นจะชอบการเฉลิมฉลอง มิสเตอร์สเตร็นจท์ผู้เป็นเจ้าของม้าและเป็นจ็อกกี้ตอบออกมาอย่างไร้ความรู้สึก แต่ผู้คนข้างนอกที่ส่งเสียงโห่ร้องแสดงความดีใจกำลังรอพ่ออยู่นะคะ

พ่อสงสัยนักว่าเคยมีใครสักคนในพวกนั้นมั๊ยที่จะรักม้าตัวนี้เหมือนกับที่พ่อรัก แน่นอนค่ะพ่อ พวกเขาก็รักเหมือนกับที่พ่อรัก พ่อไม่เห็นหรือคะว่าพวกเขากำลังตะโกนเรียกชื่อของเธออยู่? ใช่ที่พวกเขาบางคนทำก็เพราะว่ามันทำเงินให้กับพวกเขาและบางคนทำก็เพราะว่ามันสร้างความตื่นเต้นให้กับพวกเขา แต่สำหรับพ่อมันเป็นความผูกพันระหว่างพ่อลูก เรามีพันธะต่อกัน

ตอนนี้พ่อรู้สึกเป็นห่วงสุขภาพของเธอเอามาก ๆ พ่อรู้สึกว่าครั้งนี้อาจจะเป็นชัยชนะครั้งสุดท้ายของเธอ โธ่ พ่อ ได้โปรดเถอะค่ะ ทำไมผู้คนถึงได้เรียกเธอว่านางสาวบึกบึนผู้ยิ่งใหญ่ หนูแน่ใจเลยค่ะว่าเธอจะยังคงชนะต่อไปสัก 2-3 ปี จ๊อยซ์ลูกรัก ถ้าเกิดว่าเธอไม่สามารถวิ่งต่อไปได้อีก หรือไม่ชนะในครั้งต่อไป ผู้ชมเหล่านี้จะยังสนใจเธอต่อไปอีกมั๊ย? อือม์ พ่อคะเอาไว้เราจะจัดการกับมันทีหลัง แต่ตอนนี้ออกไปเฉลิมฉลองกับผู้คนก่อนเถอะค่ะ

ถ้าเพียงแต่จ๊อยซ์รู้ว่าพ่อของเธอรู้อะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับสุขภาพของม้าผู้ยิ่งใหญ่ตัวนี้ เธอคงจะร้องไห้มากกว่าที่จะรู้สึกอยากจะเฉลิมฉลอง แต่ในการแข่งขันของชีวิตเช่นนี้ ผู้คนดำรงชีวิตอยู่ในความเจ็บปวดและสับสน ก็เพียงเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะตระหนักได้ว่าการแข่งขันของชีวิตของมนุษย์นั้นมิได้ขึ้นอยู่ว่าบุคคลนั้น ๆมีชีวิตอยู่ยาวนานเพียงไรแต่มันขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละวันเขาได้รับรางวัลที่ถูกมอบให้บนพื้นฐานของความถูกต้องมากน้อยเพียงไรมากกว่าก่อนพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพซึ่งเป็นผู้สร้างสวรรค์ โลก และมนุษย์

ผู้คนมากมายตรากตรำทำงานบากบั่นอย่างหนักเพื่อที่จะสร้างและเก็บรวบรวมเงินทองในทุก ๆวัน แต่มีน้อยคนมาก ๆที่จะได้เคยลิ้มลองชัยชนะในแต่ละวัน ฉันโชคดีที่ได้รับชัยชนะพวกนี้และได้มีรางวัลเหล่านี้เป็นที่ระลึกที่แสดงถึงมัน

2 สัปดาห์ต่อมา จ๊อยซ์พาม้าของเธอไปขี่เล่นในตอนเช้าและต้องไปจบลงที่สัตวแพทย์ เพราะว่าม้าผู้ยิ่งใหญ่ตัวนี้ได้ป่วยเป็นโรคที่ไม่ค่อยพบซึ่งเป็นสาเหตุให้ตาบอดอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับโรคอัลไซเมอร์ในคน และตอนนี้เธอได้สูญเสียการมองเห็นไปเสียแล้วทั้ง 2 ข้างตามที่หมอบอก

ขณะที่กำลังกลับบ้าน ความเศร้าโศกเสียใจของจ๊อยซ์ได้เปลี่ยนเป็นความโกรธต่อพ่อของเธอ ที่รู้ความจริงแล้วปิดบังไม่ให้เธอรู้ เมื่อมาถึงบ้าน เธอพุ่งโถมเข้าใส่พ่อของเธอและพูดว่า ทำไมพ่อถึงได้ใจร้ายและไม่ยุติธรรมแม้กระทั่งกับลูกสาวของตัวเองได้? ใจเย็น ๆ ก่อนจ๊อยซ์ จำการแข่งขันคราวที่แล้วได้มั๊ย พ่อพยายามที่จะบอกลูกด้วยคำพูดตั้งมากมายว่ามิสสเตร็นจท์ได้มาถึงจุดสิ้นสุดลงของเส้นทางแห่งการแข่งขันนี้แล้ว แต่ลูกก็สนใจผู้คนและท่าทีของพวกเขามากกว่า

ลูกก็รู้ว่าพวกเรามนุษย์ทุกคนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะรักพระเจ้าด้วยหัวใจและด้วยกำลังทั้งหมดของพวกเรา แต่หลาย ๆคนได้ตัดสินใจเปลี่ยนความหมายของมันมาเป็นรักตัวของเราเองด้วยกำลังของเราเอง และเมื่อความแข็งแกร่งและพละกำลังของพวกเขาล่มสลายไป ความรักของพวกเขาก็เริ่มที่จะสิ้นสุดลงด้วย จะกระทั่งไม่มีความแข็งแกร่งอีกต่อไป และก็ไม่มีความรักหลงเหลืออยู่ในตัวพวกเขาด้วย และชีวิตก็กลายเป็นสิ้นหวัง และพวกเขาก็จะถูกชักจูงไปในทางที่ผิด

เฉกเช่นเดียวกับม้าและเจ้าของของมันที่เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่ของมันโดยปราศจากการยอมรับในตัวผู้สร้างม้าตัวนั้น ชีวิตในวัยเด็กของทุก ๆคนก็เปรียบได้กับม้า แต่ด้วยความตระหนักดีว่ามนุษย์นั้นมีเหตุผล ไม่เหมือนกับม้าหรือล่อที่ขาดความเข้าใจและจะต้องถูกควบคุมด้วยบังเหียนและสายผ่าปากเพื่อในพวกมันเชื่อฟัง การค้นพบพระเจ้าเป็นกุญแจที่จะนำพาไปสู่อิสระภาพที่แท้จริงจากอิทธิพลของความตรากตรำและการถูกบังคับ

ผู้คนส่วนใหญ่รู้ว่าชีวิตของพวกเขาไม่ได้เป็นอะไรไปตามที่พวกเขาอยากจะเป็น และแทนที่จะค้นหาความจริง พวกเขาเลือกที่จะดำเนินชีวิตในแต่ละวันไปในวัฏจักรแห่งความชั่วร้าย ซึ่งมันไม่ถูกต้อง “กองทัพใหญ่หาช่วยให้พระราชาองค์หนึ่งองค์ใดรอดพ้นไปไม่” “กำลังอันมากมายก็ไม่ช่วยกู้นักรบได้” “ม้าศึกจะเป็นที่หวังความมีชัยก็หาไม่ , กำลังมหาศาลของมันก็ช่วยให้รอดไม่ได้”(หนังสือคริสต์ธรรม บทสดุดีที่ 33:16&17)

ใครก็ตามที่ได้ยินพระวัจนะของพระเจ้า แต่ปฏิเสธที่จะเปลี่ยนวิถีการดำเนินของเขาหรือเธอ จะต้องจบลงอย่างเลวร้ายยิ่งกว่าม้าตัวนี้ เพราะว่าความแข็งแกร่งจะล้มเหลว ความงามจะจืดจาง และหลังจากนั้นความหนุ่มสาว และความมั่งคั่งจะมลายหายไป สำหรับทุกวัฒนธรรมรู้ดีว่าความตายมิใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นสะพานที่จะนำไปสู่เส้นทางของการพิพากษา และความเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างก็จะถูกหยิบยื่นให้ในวันที่ได้ถูกจัดสรรไว้แล้ว

“เมื่อเธอถือกำเนิดออกจากแม่ของเธอโดยปราศจากสิ่งใด ๆ เธอก็จะไปเหมือนอย่างที่เธอมา, และไม่นำสิ่งใด ๆ ไปด้วย สำหรับความลำบากและพากเพียรพยายามของเธอซึ่งเธออาจจะนำติดมือเธอไปด้วย และมีผลประโยชน์อันใดเล่าที่เธอได้รับมากไปกว่าความตรากตรำลำบากเพื่อลมหายใจของเธอ? ใน
ทุก ๆ วันเธอต้องกินอยู่ในความมืด เธอต้องรู้สึกอึดอัดใจคับข้องใจในความเจ็บป่วยและความโกรธ”

แต่พ่อคะ พ่อจะนั่งเฉยและไม่ทำอะไรเลยในขณะที่เธอกำลังทนทุกข์ทรมานหรือคะ? สัตวแพทย์ไม่มีทางรักษาหรือคะ? ไม่ จ๊อยซ์ ในตอนนี้ไม่มีใครสามารถหาวิธีรักษาได้ และพ่อได้ทำทุกอย่างที่พ่อทำได้สำหรับเธอหมดแล้ว พ่อเดาว่าสักวันหนึ่งภูเขาลูกนี้จะมีผู้คนปีนมันขึ้นมา มันไม่มีทางหนีพ้นไปจากความเป็นจริง พ่อเป็นเพียงคนดูแลสวนองุ่นนี้ของพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นและสำหรับพ่อรู้ดีว่าวันเวลาของพ่อก็ได้ถูกนับไปเรื่อย ๆ

มีอะไรที่หนูพอจะช่วยพ่อได้บ้างไหมคะ พ่อก็รู้ดีว่าเธอก็เป็นเพื่อนของหนูด้วยเหมือนกัน อือม์ จ๊อยซ์ ถ้าเงินมันสามารถซื้อสุขภาพที่ดีได้ พ่อจะซื้อมัน แต่นี่ไม่ใช่ พ่อดีใจที่รู้ว่าชีวิตของม้าตัวนั้นได้มีความหมายต่อชีวิตของลูก พ่ออยากจะขอร้องลูก ในทางกลับกันให้ชีวิตของลูกมีความหมายต่อความตายของเธอ เพราะว่าเธอตายได้ให้เหตุผลต่อผู้คนเพื่อที่จะถนอมรักษาโดยการเฉลิมฉลองชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่มอบให้แก่พวกเขา

ความเป็นจริงนี้มันลึกซึ้งมากซะยิ่งกว่าความเชื่อมั่นศรัทธาและปรัชญาที่มนุษย์บางคนสร้างมันขึ้นมา ม้าตัวนี้ได้อยู่ในการแข่งขันมากกว่า 5 ปี เพื่อที่จะให้ความเพลิดเพลินแก่ผู้คน และนั่นคือสิ่งที่ผู้สร้างเธอขึ้นมาคาดหวังจากเธอ แล้วลูกล่ะ? ได้แบ่งปันสิ่งต่าง ๆ ให้กับคนอื่น ๆ เพื่อคำยกย่องสรรเสริญจากผู้สร้างของลูกแล้วหรือยัง?

ไม่เหมือนกับความเชื่อมั่นและศรัทธาของม้าในความแข็งแกร่งของเธอ แต่เป็นการรู้สำนึกถึงคุณค่าของเวลามากกว่าและชีวิตที่ดำรงอยู่ในการเฉลิมฉลองของชัยชนะในแต่ละวัน “จงปลาบปลื้มปิติยินดีในความวัยเยาว์ของเธอ เด็กน้อย และปล่อยให้หัวใจของเธอร่าเริงเบิกบานในวันที่วัยเยาว์ของเธอ และจงเดินไปตามเส้นทางของหัวใจของเธอ และในสายตาของเธอ แต่จงรู้ไว้เถิดว่าสำหรับทุกสิ่งนี้พระผู้เป็นเจ้าจะทรงนำเธอไปสู่การพิพากษา

ดังนั้นจงเอาความเศร้าโศก ความทุกข์ออกจากใจของท่านไป และจงเอาสิ่งชั่วร้ายออกไปให้พ้นจากเลือดเนื้อของท่าน ; เพราะว่าความวัยเยาว์และรุ่งอรุณแห่งชีวิตนั้นเป็นสิ่งไร้ค่า จงจดจำผู้สร้างในวันที่วัยเยาว์ของท่านไว้ด้วยเถิด

แนะนำเยาวชน
โอ เยาวชน จงเปรมปรีดิ์ในปฐมวัยของเจ้า และให้จิตใจของเจ้ากระทำตัวเจ้าให้ร่าเริงในปฐมวัย
ของเจ้า เจ้าจงดำเนินในทางแห่งใจของเจ้าและตามสายตาของเจ้า แต่จงทราบว่าเนื่องด้วยกิจการงาน ทั้งปวงเหล่านี้พระเจ้าจะทรงนำเจ้าเข้ามาถึงการพิพากษา
จงตัดความเศร้าหมองเสียจากใจของเจ้า และจงสลัดความเจ็บปวดเสียจากเนื้อหนังของเจ้า เพราะความหนุ่มสาวและวัยฉกรรจ์นั้นเป็นอนิจจัง
ในปฐมวัยของเจ้า เจ้าจงระลึกถึงพระผู้เนรมิตสร้างของเจ้า ก่อนที่ยามทุกข์ร้อนจะมาถึง และ ปีเดือนใกล้เข้ามา เมื่อเจ้าจะกล่าวว่า “ข้าไม่มีความเพลิดเพลินในปีเดือนนั้นเลย” ก่อนที่ดวงอาทิตย์ แสงสว่าง ดวงจันทร์ และดวงดาวทั้งหลายอับแสง และก่อนที่เมฆกลับมาเมื่อหมดฝนแล้ว ในกาลเมื่อคนยามเฝ้าเรือนจะตัวสั่น และคนแข็งแรงจะคุดคู้ไป และหญิงโม่จะเลิกไม่เพราะ จำนวนลดน้อยลง และบรรดาผู้ที่เยี่ยมหน้าต่างจะมืดมัว และประตูคู่ที่เปิดออกถนนจะปิดเสีย เมื่อเสียงโม่อ่อยลงมีเสียงนกเสียงกาเขาจะลุกขึ้น และเสียงเพลงก็เพลาลง เออ เขาทั้งหลาย กลัวที่สูง และสิ่งน่าสยดสยองก็อยู่ในหนทาง ต้นอัลมันด์มีดอก และตั๊กแตนโมเป็นภาระ ความปรารถนา ก็ประหลาดไปเสีย เพราะมนุษย์กำลังไปบ้านอันถาวรของเขา ส่วนผู้ไว้ทุกข์ก็เวียนไปมาตามถนน ก่อนที่สายเงินจะขาด หรือชามทองคำจะบรรลัย หรือเหยือกน้ำจะแตกเสียที่น้ำพุ หรอล้อจะหักเสีย ณ ที่ขังน้ำ และผงคลีกลับไปเป็นดินอย่างเดิม และจิตวิญญาณกลับไปสู่พระเจ้าผู้ประทานให้มานั้น
และยิ่งกว่านั้นอีก บุตรชายของข้าพเจ้าเอ๋ย จงรับคำตักเตือนเถิด ซึ่งจะทำหนังสือมากก็ไม่มีสิ้นสุด และเรียนมากก็เหนื่อยเนื้อหนัง
จบเรื่องแล้ว ได้ฟังกันทั้งสิ้นแล้ว จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เพราะนี่แหละเป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง
ด้วยว่าพระเจ้าจะทรงเอาการงานทุกประการเข้าสู่การพิพากษาพร้อมด้วยสิ่งเร้นลับทุกอย่าง ไม่ว่าดีหรือชั่ว
(ปัญญาจารย์ 12 : 1 – 7 และ 12 – 13 จาก THE CHRISTIAN BIBLE)
“ความยำเกรงพระเจ้าเป็นที่เริ่มต้นของปัญญาและซึ่งรู้จักองค์บริสุทธิ์เป็นความรอบรู้ เนื่องจากเรา วันคืนของเจ้าจะเพิ่มทวีคูณและปีเดือนแห่งชีวิตของเจ้าจะเพิ่มพูน ถ้าเจ้าฉลาด เจ้าก็ฉลาดเพื่อตนเอง ถ้าเจ้าเยาะเย้ย เจ้าก็ทนแต่ลำพัง” (จากสุภาษิต 9:10-12)
(1)ทำไมองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงสนพระทัยในตัวฉัน?
(2)ความเร่งรีบเหล่านี้จะนำพาฉันไปสู่ที่ใด?
(3)ตกลงฉันต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความรักของพระผู้เป็นเจ้า
(4)คริสตจักรเป็นสถานที่สำหรับคริสตศาสนิกชนเท่านั้นหรือ?
(5)ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้ามีอยู่จริง?
ได้โปรดแวะไปที่คริสตจักรใกล้บ้านคุณ
แผ่นพับและคำแปลโดยบริษัทตีพิมพ์คู่มือแห่งชีวิต ประเทศไทย บริษัทลูกข่ายขององค์กรคู่มือแห่งชีวิต (นานาชาติ)

 

About Us | Sample Tract | Privacy Policy | Contact Us | ©2004 Manual of life.
Contact :
Request&Comment :