Sample Tract
TRACT FOR FREE BUT YOU MUST REQUEST FOR IT
คุณได้เปิดกว้างสำหรับสันติภาพที่ยั่งยืนหรือไม่?
นาฬิกาทุกเรือนที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันจะเดินไปข้างหน้าเท่านั้น เฉกเช่นเดียวกับพวกเราชาวมนุษยชาติเมื่อครั้งที่เกิดมาแล้วก็ต้องดำเนินไปข้างหน้าด้วยการเจริญเติบโต สำหรับนาฬิกาแต่ละเรือนที่จะทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้นต้องมีการบำรุงรักษาและต้องกระทำเป็นประจำสม่ำเสมอและถ้านาฬิกาไม่ได้รับบริการตามกำหนดเวลามันก็จะเริ่มช้าลงโดยอัตโนมัติ โดยการวิ่งไม่ตรงและถ้าใส่ถ่านผิดเข้าไป มันก็จะเริ่มที่จะวิ่งเร็วเกินไป
เราชาวมนุษย์ก็กระทำคล้าย ๆ กันในลักษณะเช่นนี้ในการก้าวหน้าและถอยหลังโดยขึ้นอยู่กับชนิดของความรู้ที่แต่ละคนได้รับมาและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างผู้คนในการเลือกที่จะอยู่ในความสามัคคีปรองดองหรือความสับสนวุ่นวายที่คุกคาม
ครอบครัวรู้สึกถูกกักขังและสับสนเนื่องจากการอาศัยอยู่อย่างสันติในสังคมดูเหมือนว่าเกือบจะเป็นไปไม่ได้ในทุกวันนี้ หลายชนชาติต้องการสันติสุขในสังคมของพวกเขา แต่ไม่สามารถตระหนักได้ว่าความสามัคคีปรองดองแต่ละความสามัคคีจะนำไปสู่สันติภาพโดยส่วนรวม ถ้าสันติภาพเป็นผลิตภัณฑ์ที่ซื้อได้จากความจริง ดังนั้นแต่ละสังคมที่ต้องการสันติภาพก็ต้องแบ่งปันความจริงกัน เพราะว่าเพียงแค่ความจริงที่สังคมรู้และฝึกฝนใช้กันมันก็จะเป็นอะไรที่นำไปสู่สันติภาพแห่งชาติ
ประเทศใดที่ปราศจากผู้นำที่คงที่จะไม่เคยได้รู้จักกับสันติภาพที่แท้จริงเลย เฉกเช่นเดียวกับผู้คนที่หลบเลี่ยงการกระทำความผิดโดยส่วนตัวก็จะไม่เคยพบกับความรักที่แท้จริงเลย สันติภาพและความยินดีเป็นภาพลวงตาเฉพาะสำหรับครอบครัวที่ปฏิเสธกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ และครอบครัวอื่น ๆ ที่ไม่คิดว่าสันติภาพจะสามารถมาถึงได้ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย สำหรับพวกเขาชีวิตมักจะสิ้นหวังเสมอ แต่สำหรับผู้ศรัทธาทั้งหมดเป็นสัญญาแห่งการทำให้มั่นใจอีกครั้ง
“เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ อย่าให้ใจของท่านวิตกและอย่ากลัวเลย”จอห์น 14:27
ถ้าเครื่องมือและเครื่องกลทุกชนิดที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้น มีคู่มือแนะนำการใช้มาด้วย แล้วไหนล่ะคู่มือคำสอนสำหรับมนุษย์ว่าจะอยู่อย่างไรในสันติภาพ? “ พระเจ้าจึงทรงให้มนุษย์นั้นอยู่ในสวนเอเดน ให้ทำและรักษาสวน พระเจ้าจึงทรงบัญชาแก่มนุษย์นั้นว่า บรรดาผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้เจ้ากินได้ทั้งหมด เว้นแต่ต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว ผลของต้นไม้นั้นอย่ากิน เพราะในวันใดที่เจ้าขืนกิน เจ้าจะต้องตายแน่”(ปฐมกาล 2:15-17)
ในครอบครัวส่วนใหญ่หรือในสังคมที่ดีที่ถูกต้องมักจะมีกฎระเบียบที่ระบุไว้หรือคำสั่งสอนสำหรับการมีสันติสุขร่วมกันของผู้อยู่อาศัยทั้งหมดอยู่เสมอและใครก็ตามที่ฝ่าฝืนละเมิดกฎเหล่านั้นจะต้องถูกลงโทษหรือถูกเนรเทศออกไป “เวลาเย็นวันนั้นเขาทั้งสองได้ยินเสียงพระเจ้าเสด็จดำเนินอยู่ในสวน ชายนั้นกับภรรยาก็หลบไปซ่อนตัวอยู่ในหมู่ต้นไม้ในสวนนั้นให้พ้นจากพระพักตร์พระเจ้า พระเจ้าทรงเรียกชายนั้น และตรัสถามเขาว่า เจ้าอยู่ที่ไหน ชายนั้นทูลว่า ข้าพระองค์ได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ในสวนก็เกรงกลัว เพราะข้าพระองค์เปลือยกายอยู่จึงได้ซ่อนตัวเสีย พระองค์จึงตรัสว่า ใครเล่าบอกเจ้าว่า เจ้าเปลือยกาย เจ้ากินผลไม้ที่เราห้ามมิให้กินนั้นแล้วหรือ”(ปฐมกาล 3:8-11)
อะไรคือความเกี่ยวเนื่องของปฐมกาล 3:8-11 กับการขาดสันติภาพในสังคม? มาเริ่มต้นด้วยคำถามเพียง 2 คำถาม ทำไมพวกเขาต้องซ่อนตัว? ทำไมเด็ก ๆ จึงได้หลบซ่อนจากความรักของพ่อแม่ ทำไมสุนัขจึงหลบซ่อนจากเจ้านายของมัน? มันชัดเจนอยู่แล้วที่พวกเขาต้องซ่อนตัว เป็นเพราะว่ามันเป็นทางเลือกของพวกเขาเอง ในการฝ่าฝืนคำสั่งของพระเจ้า เช่นเดียวกับพวกเด็ก ฟๆ ที่จะซ่อนตัวก็เพราะว่าการกระทำที่เขาหรือเธอรู้อยู่แล้วว่าต้องทำให้พ่อแม่ของเขาหรือเธอไม่พอใจ และเฉกเช่นเดียวกับสุนัขส่วนใหญ่จะซ่อนตัวจากเจ้านายของมันก็ต่อเมื่อพวกมันทำให้ห้องนั่งเล่นสกปรกเลอะเทอะหรือทำอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนว่าไม่เชื่อฟังหรือเพราะความอยากรู้อยากเห็น
ความหลงใหลส่วนใหญ่ทำให้รู้ได้ว่าการที่บุคคลแต่ละคนจะรู้สึกสำนึกตัวได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาได้กระทำผิด “เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา”(โรมัน 6:23)
การค้นหาสำหรับสันติภาพมิสามารถมีสิ่งใดมาทดแทนได้ น่าเสียดายที่ผู้คนมากมายจะตระหนักได้ถึงความจริงนี้หลังจากที่ได้ลองศาสนาอื่น ๆแล้วโดยปราศจากการค้นหาสันติภาพที่ยั่งยืน ความจริงยังคงอยู่ว่าองค์การของศาสนาส่วนใหญ่แล้วไม่มีสันติภาพอยู่ภายในโครงสร้างของผู้นำของพวกเขาและท่ามกลางสมาชิกของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจะหยิบยื่นอะไรให้แก่ใครได้ในการค้นหาสันติภาพ?
มันเป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้วว่านิกายหรือวิถีชีวิตเป็นสิ่งที่พวกเขาสนใจจะเลือกฝึกและนำมาใช้แทนที่การกระทำตามหลักการแห่งชีวิตของเจ้าชายแห่งสันติภาพ(พระเยซู) ซึ่งได้ล่วงเลยเข้าไปในผู้ปฎิบัติธรรมใดๆ เพราะว่ามีผู้นำที่มีชีวิตและกระตือรือล้นผู้ซึ่งเป็นห่วงเป็นใยต่อพวกเขาเหล่านั้นผู้ซึ่งยอมจำนนที่จะกระทำตามเขา พระเยซูเจ้าทรงเป็นหนทาง ความจริงและพระองค์ได้ทรงมอบสันติสุขให้แก่ประชาชนทุกคนในทุกสังคม
พระเยซูเจ้าทรงหยิบยื่นคำตอบให้แก่ทุก ๆ คำถามในแต่ละชีวิตและในทุก ๆ สังคมที่ไม่ใส่ใจต่อความศรัทธา หลักความเชื่อทางศาสนา ประเทศหรือทวีป
มีผู้คนมากมายเลือกที่จะดำเนินชีวิตไปกับความเชื่อส่วนตัวในเรื่องของจิตวิญญาณเพียงเพื่อเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วจะได้พ้นจากภาพความหลอกลวงของความโดดเดี่ยวและความว่างเปล่าซึ่งมาพร้อมกับการมอบความไว้วางใจในมนุษย์และความเชื่อความศรัทธาที่ผิด ๆ เฉกเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่ได้ทดลองผ่านทางสถาบันและค้นคว้าเพื่อที่จะหาคำตอบที่ว่ามนุษย์จะได้รับสันติภาพที่ยั่งยืนได้อย่างไร ชาติที่เปี่ยมไปด้วยพลังไม่มีสันติภาพอยู่ภายในสังคมของพวกเขาเนื่องจากยาเสพติด ความละโมบและการสรรเสริญเยินยอตนเอง ในขณะที่ประเทศที่มีความมั่งคั่งน้อยกว่าเลือกที่จะเทิดทูนบูชาสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นซึ่งก็คือมนุษย์มากกว่าตัวผู้สร้าง ซึ่งเป็นผู้ที่กำลังจะเปลี่ยนหมู่บ้านของพวกเขาให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของตัวไฮยีนาซึ่งเป็นไปตามลักษณะของที่ซ่อนตัวของพวกที่บ้าคลั่งศาสนาสืบเนื่องจากความเขลาและความกลัวความอดอยาก
การมีอยู่ซึ่งสันติภาพนั้นสามารถที่จะบรรลุถึงได้โดยเพียงผู้ที่เต็มใจรับข้อความจริงเท่านั้นเพราะว่าคำตอบของการมีอยู่ซึ่งสันติภาพและความพอใจยินดีนั้นไม่สามารถที่จะค้นพบได้ในตำราแต่มีอยู่ในพระวัจนะของพระเจ้าที่ผ่านมาทางพระเยซูเท่านั้น ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นมนุษย์อยู่บนโลกใบนี้ พระองค์ทรงหิวโหยเฉกเช่นเดียวกับหลาย ๆ คนในวันนี้ พระองค์ทรงรู้สึกและร้องไห้เนื่องจากมีผู้คนมากมายทนทุกข์ทรมานอยู่ภายใต้การตกเป็นทาสของความบาป พระองค์ทรงเยี่ยมเยือนและรักษาความป่วยไข้ พระองค์ทรงแนะนำให้โสเภณีเปลี่ยนวิถีทางชีวิตของเธอ ผู้คนทั้งหมดที่ได้เข้าพบพระเยซูต่างบอกว่าพระองค์ทรงปรเสริฐและทรงเป็นแบบอย่างแก่ผู้คนที่ต้องการสันติภาพที่ยั่งยืน อย่าปล่อยให้ผู้ปฎิบัติธรรมใด ๆ ปฎิเสธคุณและความรักของคุณในสันติภาพซึ่งเจ้าชายแห่งสันติภาพได้ให้สัญญาไว้กับคุณ
“เหตุฉะนั้นเมื่อเราได้เป็นคนชอบธรรมเพราะความเชื่อแล้ว เราจึงมีสันติสุขในพระเจ้า ทางพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา : โดยทางพระองค์เราจึงได้เข้าในร่มพระคุณที่เรายืนอยู่ และเราชื่นชมยินดีในความไว้วางใจว่าจะได้มีส่วนในพระสิริของพระเจ้า”(โรมัน 5:1-2)
INVITATION EXTENDED WITH LOVE BY:
“บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนักจงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อย เป็นสุข จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก ด้วยคำว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา” (แมทธิว 11:28-30)
แผ่นพับนี้มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือปลอบโยนและทำให้แต่ละคนมีพลังอำนาจด้วยข้อ
ความจริงที่ว่าการสร้างสรรค์นั้นเป็นการกระทำของความรักและเพียงแค่ยอมรับองค์พระผู้
เป็นเจ้าให้พระองค์ได้เข้ามาอยู่ในทุก ๆ การกระทำของพวกเรา พวกเราทุกคนก็จะ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสามัคคีปรองดอง
(1)คุณรู้หรือไม่ว่า ไม่มีสันติสุขที่แท้จริงอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้คนที่ตั้งตนเป็นผู้สร้างศาสนา?
(2)คุณสามารถพบกับองค์พระเยซูเจ้าได้ถ้าคุณเปิดใจ
(3)ไปเยี่ยมชมคริสตจักรใกล้บ้านคุณเพื่อพบกับคนที่ได้พบทางสว่างแล้ว
แผ่นพับและคำแปลโดยบริษัทตีพิมพ์คู่มือแห่งชีวิต ประเทศไทย บริษัทลูกข่ายขององค์กรคู่มือแห่งชีวิต (นานาชาติ)